Auto-Mobile

 อย่าสักแต่ขับ #03 เกียร์ออโต้ ขับให้ถูกซะ

ถึงแม้ว่า เป็นระบบเกียร์ ที่แืทบจะเรียกได้ว่า

 ดึงลง ไปที่ ตำแหน่ง D (drive) เหยียบ คันเร่ง จอดดึงไปที่ P (Park) ก็จบ 

ผมขอไม่เถียงครับ มันออกแบบมาอย่างงั้นจริงๆ

 

ดังนั้น ผมจึงลอง เอามาสรุปดูคร่าวๆ นะครับ จากที่เห็น

พฤติกรรมการขับอันเรียกได้ว่า "น่าสงสาร" ระบบส่งกำลัง

 

บทความนี้ อาจถือได้ว่ายังไม่สมบูรณ์ อย่างไรขอช่วยติๆ กันหน่อยนะครับ

สงสัยขอให้ช่วยซักถามเลยนะครับ

 

  • Start เครื่องเปลียน เกียร์แล้วไปเลย  ผิด

    บางคนบอกว่าไม่เห็นเป็นอะไรนี่ จะรออะไร? เปลีองน้ำมันเปล่าๆ ความจริงแล้ว
    เจ้าเกียร์อัตโนมัตินี่ ต้องการการหมุนเวียนภายในระบบสักเล็กน้อยก่อนนะครับ
    อย่างน้อยๆ Start เครื่องแล้ว รอซัก 30 วินาทีก็ยังดีนะครับ ให้ระบบ น้ำมัน เกียร์
    ได้ทำงานครบวงจรก่อน
  • เจอไฟแดงปุ๊บเปลี่ยนเป็น P(Park) เลย  ถูกครึ่งนึงครับ

    ที่บอกว่าถูกครึ่งนึง เนื่องมาจากว่า กรุงเทพ เมืองฟ้า อมรของเรานั้นขึ้นชื่อว่า
    รถติดยิ่่งกว่าตังเมเสียอีก ครับการหยุดรถนานๆ ลากเกียร์มาที่ P ถูกแล้วครับ

    แต่กรณีที่เป็นไฟแดง 10 วินาที ผมแนะนำว่า "ไม่ต้องเปลี่ยนเกียร์"  ครับ
    แช่ไปเถอะครับที่ เกียร์ D การดึงไป ที่ N หรือ P มันก็ืทำให้เกียร์รถสึกหรอกครับ
    ทำให้เป็นนิสัยเลยดีกว่าครับ

  • ทำล้อ Free  ผิด

    ถ้ารถคุณน้องไม่ได้เป็น อย่าง AMG SL65 คันละเฉียดหกสิบล้าน
    อย่างไปทะลึ่งโชว์สาวๆด้วยการ ออกตัวแรงๆ แบบทีบางคนชอบทำโดยการ
    เอาเกียร์ไว้ที่ N ->  เร่งเครื่องซัก4000 -5000 รตน.(RPM)  ->กระชากลงมา D
    ล้อจะเกิดเสียงบดกับถนน ดูอาจเทห์นะครับ แต่ มันทำให้เกิดความเครียดในระบบมากๆ
    ลองคิดดูกันนะครับ ปกติ เราไว้ที  Nแม้จะเหยีบ แป้นเบรกไว้ แล้วเข้าเกียร์ไปที่ D
    รถถึงขั้นกระตุกทั้งคัน แล้วการที่เรา กระชากลงมา ระบบส่งกำลัง ต้องรับแรงกระชากแค่ไหน
    ดังนั้นอย่าเลยครับ แค่การโชว์ เล็กๆ น้อยๆ นี่ อาจทำคุณต้องเสียเงิน สาม ถึง สี่หมื่่นได้ นะครับ
  • เหยียบเบรกด้วยเท้าซ้าย  ถูก

    เท้าซ้ายจะได้มี Foot Workซะหน่อยดีแล้ว แหละครับ แต่มีข้อควรระวังคืือ
    ระหว่างที่หัดควรเริ่มจากที่โล่ง และเมือไปขับบนถนน ควรระวังให้ดีเพราะเนื่องจาก
    อาจทำให้ท่านเหยียบ เบรก แรงเกินไป โดนคันหลังจิ้ม ก้นได้นะครับ

  • เวลาแซง ตบลงจาก D มาสอง หรือ สาม เลย   ผิดครึ่งนึง

    เนื่องด้วยกว่า ปกติตนที่เคยขับเกียร์ธรรมดามักเคยชินกับ การShift Down ลงมาซัก
    เกียร์เพื่ออัตราเร่งที่ดีกว่า มันไม่ผิดนะครับที่จะทำ แต่ต้ิองระวังให้มาก เพราะด้วย
    ความมันส์ +เมา แท้ที่จะดึงลง กลายเป็นพลักขึ้น...
    เกียร์รถบางยี่ห้อ ไม่มีตัว lockศะด้วย ผลคือลากไป R
    พังทั้งระบบ เกียร์ครับ....

    ข้อแนะนำคือ
    ให้ใช้ เหยียบคันเร่งให้สุด หรือว่า ทำการ Kickdown คือถอดคันเร่งมานิดนึง
    แล้วย่ำซ้ำ เกียร์ของท่านควรจะ ถีบลงไปเกียร์ที่ตำกว่าโดยทันที


คร่าวๆ ไว้แค่นี้ก่อนแล้วกันนะครับ งวดหน้ามาต่อครับ

series อย่าสักแต่ขับ >>> Auto-Mobileจิ้ม <<

อย่าสักแต่ขับ #02 : ประหยัดน้ำมันโดยง่าย [ลมยาง]

อย่าสักแต่ขับ #01 : ท่านั่งขับรถ

หลังจากภาคแรกเราไปเรื่องท่านั่งกันไปแล้ว

 

หาเขียนเมื่อไรหนะเหรอ เอ้า จิ้มได้ครับ 

 

อย่าสักแต่ขับ #01 : ท่านั่งขับรถ

 

วันนี้เราจะว่ากันว่า ทำอย่างไรให้รถประหยัดน้ำมันขึ้นได้อีกนิดนะครับ

ปกติแล้วลมยางรถยนต์ ตามมาตรฐานการใช้งานจะถูกกำหนดไว้ที่ประมาณ

 

หน้า 28 Psi หลัง 26 Psi สำหรับ รถพี่ยุ่น คันเล็กๆ 

แต่ถ้าเป็น ยุโรปตัวหนักๆ อาจะ เป็น

หน้า 30 Psi หลัง 28 Psi ได้

แล้วไอ่คำว่า Psi มันแปลว่า อะไร?

 

PSi มาจากคำว่า Pound Sqare inch แปลเป็นไทยว่า

ปอนด์ต่อ ตารางนิ้ว .. ทำไมเป็นตาราง นิ้ว เพราะว่าใช้มานานกันแล้่ว

และมักสะดวกมากกว่าในการที่จะดูเมื่ออยู่บนหน้าปัดเครื่องเติมหนะครับ

เคยเห็นบางแห่ง แนะนำไปใช้ใช้เป็นหน่วยอื่นเหมือนกัน เช่น Nm2  นิวตันต่อตารางเมตร

แต่สำหรับบ้านเรามันไม่ชินซะแล้วใช้เป็น PSIง่ายกว่าครับ

 

ทีนี้ก่อนเราจะทำให้ประหยัดทำอย่างไรต้องมาว่าเรื่องกติกา

กันหน่อยก่อนที่จะทำสิ่งผมกำลังจะบอก

 

  1. คุณไม่ใช่่พวกนิยมการขับขี่ ด้วยความเร็วสูง
  2. คุณไม่ได้ใช้รถในการขับทางยาวๆ เช่น เชียงใหม่ลำปาง บ่อยๆ
  3. ยางของคุณ มีอายุไม่เกิน ห้่าปี
     

เอากันสามข้อนี้ก่อนครับถ้าผ่านแล้วค่อยทำได้ครับ

เทคนิคที่ผมว่า ก็คือการเติมลมยางให้ " มากกว่า" มาตรฐานที่ยางระบุไว้

 

โดยคุณลองสังเกตุยางรถยนต์ของคุณดีๆนะครับ

จะมีตัวอักษรบอกไว้อยู่ว่า "Maxium Pressure Not Exceed XX Psi"

 

เราก็เติมให้มันเกินมาตรฐานจากโรงงานครับ

โดยลองบวกเพิ่มกันไปอีกหน่อย ซักประมาณ 5 ปอนด์ ครับ

เช่นรถ Yaris ของผมจากที่โรงงานให้เติมคือ หน้า 30 / หลัง 28

จะเติมเป็น  หน้า 35 หลัง 32 แทน

 

ถ้าถามว่ามันจะไปประหยัดขึ้นได้อย่างไร คำตอบก็คือ

ยิ่งเติมลมมา ล้อก็ยิ่งพอง โดยจะไปพองตรงส่วนกลาง ครับ

 

และ.. นั่นเป็นสาเหตุที่อาจก่อให้เกิด ข้อเสีย ตามมา

 

  1. การเกาะถนนจะลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงฝนตก
  2. การขับขี่ด้วยความเร็วสูง จะเกิดอาการ "ร่อน"  มากขึ้น
  3. การขับด้วยความเร็วสูงต่อเนื่องป้นเวลานานจะส่งผล
    ให้เกิดความร้อนมากๆ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิด
    "ยางระเบิด"

 

 ข้อดีกันบ้างครับ

  1. ประหยัดน้ำมันมากชึ้น
  2. การเลี้ยวสำหรับรถพวงมาลัยธรรมดา จะเบาขึ้น
  3. ถ้าอัดลมไปที่ล้อหลังมากๆ ถึง 40 Psi จะทำให้เกิดการ

    "Oversteer"
    ,"ท้ายปัด" หรือ "Drift"

    ได้ถ้าคุณเลี้ยวแรงๆ


ภาพจาก http://www.modernracer.com/tips/frontwheeldriveoversteer.html

 

 

สำำหรับข้อที่ห้ามว่าอายุยางเกินห้าปีนั้นคือ

 

ยางที่มีอายุมากจะเสื่อมสภาำพซึ่งก็ จะระเบิดได้ง่ายมากดังนั้นไม่ควร ครับ

 

สุดท้ายนี้ขอสรุปว่า การเติมลมยางให้มากกว่า มาตรฐานนิดหน่อย

สำหรับการขับขี่ให้เมืองซึ่งมีการ "ออกตัว - หยุุด" จะไม่ทำให้มีเลวร้ายมากหรอกครับ

ประหยัดน้ำมันขึ้น อีกหน่อยด้วย

เพียงแค่ว่า เวลาคุณจะขับไปทางไกลๆ ก็ ให้ลดลมยาง

ให้กลับมาเป็นตามมาตรฐานเท่านั้นเอง

 

 

 

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง จิ้ม

Thank K.Var แก้คำผิด ^^

อย่าสักแต่ขับ #01 : ท่านั่งขับรถ

เป็นความคิดที่แปลกๆ หลังจากเริ่มมาติดได้ว่าความจริง แล้ว

สถาบันสอนขับรถยนต์หลาย ๆ แห่งไม่ได้กล่าวถึงเรื่องเหล่านี้ไว้เลย

ทั้งที่ความจริงแล้ว เรื่องนี้จัดว่า พื้นฐานมาก แต่หลายๆ คนก็คิดว่า

 

"เรื่องเล็ก ช่างมันเหอะ"

 

แต่ไอ่เรื่องเล็กนี่แหละกว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ปวดหลังกันซะแล้ว

 

แล้วนั่งอย่างไรหละ

 

คำตอบ คือตามภาพด้านล่างครับ

 

ฉกรูปมาจาก  www.gadgetblog.org.uk ครับ

 

นี่เป็น เก้าอี้ Office ที่เลียนแบบ BUCKET Seat สำหรับรถแข่งครับ

ของจริงหน้าตามันเป็นแบบนี้ครับ

 

รูปจาก http://www.motorspeed.com

 

ลักษณะของ เก้าพวกนี้ คือจะบังคับหลังเราให้ตรงๆ

ดังนั้นการนั่งที่ถูกต้องแล้ว เราควรจะให้เบาะอยู่ที่

เฉียดๆ 90 องศาเลยเป็นการดีครับ

 อ่าวแล้วจะรู้ได้อย่างไงละ?

 

ไม่ยากอีกเช่นกันครับ

 

เมื่อ นั่งลงเบาะแล้่วให้

1.นั่งหลังตรงๆ

2.ดึงที่่ปรับเบาะขึ้นเบาะควรเด้งขึ้นมา

3.เอนตัวลงเล็กน้อย

4.ปลดที่ตั้งเบาะ

 

ถ้าเป็นสาวๆ อาจจะถามว่า

 

"อย่างงี้ขาหนูเหยียบไม่ถึง ค่ะทำอย่างไรดี?"

 

ก็เลี่อน ที่นั่งขึ้นมาสิครับ ^^ 

แล้วอย่าลืมปรับ กระจกส่องหลัง กระจกข้าง ใหม่ด้วยนะครับ

 

ตั้งสติก่อน Start ครับ

 

ข่าวที่ไม่ต้องรู้ก็ได้ 

 

ความปลอดภัยสร้างได้ด้วย Mario Kart!

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :