Auto-Mobile

Mercedes Benz กับผม

posted on 22 Mar 2011 21:03 by tomazzu in Auto-Mobile
ขออนุญาต share ครับผม

ของผม นี่ โตมากับ W123 ทั้งบ้านใช้มันแต่ยี่ห้อนี้

คันแรกที่นั่งคือ 300 TD สีขาว วิ่งอร่อยรึเปล่าไม่รู้แต่พ่อบอกว่า

เกือบเอาไปคว่ำบนเขา 

แต่รอดมาได้ เพราะระบบลูกตุ้ม ของสองล้อหลัง

แต่สุดท้ายเพราะเป็นรถลุงจึงถูกขายให้กับ ร้านทำเบรคแห่งนึงในเชียงใหม่

เห็นว่า ไปลงเป็น QD 32 ซะแล้ว


คันที่สอง แต่เป็นคันแรกของพ่อผมเอง ที่ซื้อตอนอยู่เชียงใหม่

เป็นรถซื้อต่อ มาเห็นว่าเป็นรถผู้ว่า เก่า เห็นพ่อเรียกว่า ทับแปด ไม่แน่ใจว่า body อะไรนะครับ


ตัวเบาะสีแดงทั้งคัน รถสีขาว มีกลิ่นหนัง ตอนเด็ก ๆ ผมว่ามัน เหม็นมากเลย
คันนี้มีตำนานครับ เป็นรถที่่ เคยได้รับใช้สมเด็จย่าด้วย
แต่เนื่องจากอัตราการบริโภคน้ำมันอย่างโหดร้าย เห็นว่าเชียงใหม่ กรุงเทพ ฟาดไป เกือบสี่ถัง
เนื่องด้วยความหนัง และ เป็นคาร์บิว คู่ กาละมัง 2500!
สีขาว อมฟ้า (ไข่กา) ก- 0292 
จึงต้องถึงกาลต้องเปลี่ยน 
 
 

แต่ถึงจะเปลี่ยนอย่างไร พ่อผมก็ยัง ปักใจกับเจ้าดาวสามแฉกคันนี้
รักไม่ค่อยยอมเปลี่ยน
ได้เป็นรถใหม่หน่อยครับ
W123 สีเขียวตองอ่อน 300D ครับ
แต่ที่ทะลึ่งกว่าชาวบ้าน คือมัน เป็น American version ครับ 
Big Bumper มี Sunroof และ

"พวงมาลัย ซ้าย"
จึงถูกจับมาเป็นซ้าย ย้ายขวาครับ

คันนี้มาพร้อมทะเบียนสวย 

3888 เชียงใหม่ ซะด้วยครับ


แต่ใช้ได้กันไปไม่นาน ถึงคราต้องเปลี่ยน


พ่อบอกว่า ซื้อคันนี้ จะใช้ อีก ยี่สิบปี่ จนกว่า พวกมึงจะเรียนจบ
พ่อออก C180 มาใหม่ครับ
สีทรายทอง ทะเบียน ตองหนึ่ง เชียงใหม่ 
เห็นว่ายังวิ่งดี อยู่เลยครับ อยู่แถว มาแตเดอีย์
ลูกสาวน่ารักซะด้วย...

คันนี้พ่อจัดเต็มครับเนื่องด้วย เป้นรถที่กะใช้นาน ๆ
กระจังหน้า เป็น แบบ อิตาลี ดาวใหญ่ดวงเดียว
ไม่มี ยื่นออกมา 
และ ชุดเครื่องเสียง CD 10 แผ่น ถ้าจำไม่ผิดยี่ห้อ BEcker มั้งครับ


แต่พ่อผมก็ทำใจไม่ได้ ที่ราคามันตก..
ปล่อยไปแบบจำยอมที่ราคา  

7 - 800000 ได้มั้งครับไม่แน่ใจ

เจ้ confirm ว่า 1 ล้านถ้วน

พ่อบ่นว่า จะไม่ซื้ออีกแล้ว...
 
หนีไปขับ Toyota ,Mazda มั่ง
 
 
ไม่เกินครึ่งปีครับ 
 
พ่อไปเจอ W123 - 200 สีครีม มาอีกคันครับ
 
 
เจ้าของเก่า ขายเพราะบอกว่าวิ่งไม่ออก
 
แต่ พ่อ check ไป check มาดี ๆ 
 
จบเรื่องง่าย ๆ แค่สายคันเร่งตั้งไม่สุด
 
ทีนี้ไป 160 ได้เลยครับ
 
แต่คุณลุงก็เอาไห้ลูกชายเค้าขับ
 
โดยตัวคุณลุงเอง ก็มี ทั้ง W124 สีดำ 230E
 
แต่ว่า แปะ โลโก้หลัง ไป 300E 
 
ตามสมัยนิยมครับ  คันนี้ ก็ สิบกว่าปี เลยทีเดียว
 
ระหว่างนั้น เจ้าตากลม ออกมา เป็น E200 
 
 
ลุงเค้า เลยจัดการสอย มา อีกคันหนึ่งครับ
 
เป็นรถนอก... เกรย์ มาร์เก็ต ใช้มาได้สี่ห้าปีถึงได้รู้ว่า 
 
เป็นรถ reject มา เนื่องจาก body ไม่ได้รูป 
 
ฝากระโปรงหลัง มีร่องขนาดไม่เท่ากัน ..
 
 
วัดได้ด้วยปากกา
 
 
 
 
 
 
 
กลับมาที่บ้านผมต่อนะครั
 
 
แต่แน่นอนที่สุด
 
 
 
 
 
พ่อก็กลับมาที่ ยี่ห้อเดิม
 
 
คันนี้เป็นคันที่พ่อใช้นานที่สุด ที่ผมจำความได้
 
 
W123 240D  สีขาว เรียบ บริสุทธิ์
 
ทะเบียน 333 กทม..
 
 
รถคันนี้ เป็น Benz "คันแรก"  ที่ผมได้ขับ
 
เครื่องยนต์ diesel 2400 บอกตามตรง อืด ชิบหายครับ...
 
 
รถคันนี้ 
 
พ่อผมใส่อะไรแปลก ๆ นิดหน่อย
 
เปลี่ยนหม้อพักกลางออกซะ เสียงดังกว่ารถยี่ปุ่น ซะอีก 
 
ได้ปลายที่จัดขึ้นกว่าเดิมอีกหน่อย ไปได้ตั้ง .. 140 แหนะ....
 
อ่านไม่ผิดครับ รถมันแก่ ๆ ได้แค่นี้เก่งมากแล้ว
 
และ
 
 
ผมก็เอาไปชน แรง ๆ ครับ
 
 
ไม่มีเชื่อว่าผมชนที่เกียร์หนึ่งครับ
 
 
ผมแค่ลากจนหมดเกียร์ 1 แล้ว เหยียบเบรกสุด ๆ จิ้มกระบะ
 
ใบพัดลมหักหมด แผงแอร์กระจุย...
 
 
แต่ผมไม่เป็นอะไรเลย...
 
 
ดังนั้นพ่อเลยไปหาใบพัดเหล็กครับ เสียงสู้มาก
 
ใบพัด aluminium ใบพัดเครื่องบินชัด ๆ เลยครับ
 
 
 
และเมื่อถึงคราวต้อง over haul เจอช่างมือไม่ถึงครับ
 
ไปไม่ถึงดวงดาว ไม่สามารถกลับมาฟิตได้
 
 
พ่อจึงปล่อยมันไป หลังจากมัน รับใช้มาได้เวลาถึง เก้าปีเต็ม...
 
ทุกวันนนี้อยังเห็นมันวิ่งอยู่ในเมืองเชียงใหม่ครับ
 
 
 
ไปใช้ Nissan Blue Bird 2.0 super Select ได้อีก ไม่กี่เดือน
 
 
พ่อจึงไปคว้า เอา W123 - 230e เครื่องหลวมมาอีกคัน 
 
บอกว่า ... แก่แต่มันชัวร์กว่าหวะ....
 
 
ผมเลยมาหาข้อมูลเรื่อง แก็ส... และมาเจอกับพวก  พี่ ๆ ที่นี่ครับ
 
 
.... :) 
 
 
 

edit @ 22 Mar 2011 23:23:20 by T o' M @ ZZ u ครับ

edit @ 23 Mar 2011 08:15:48 by T o' M @ ZZ u ครับ

 
 อย่าสักแต่ขับ #03 : พ่วงแบต ให้ถูกต้อง [จั๊มแบต]
 
 
 
 
อาการของรถ batt หมด แต่ยังพอพ่วงได้
 
 1. หมุนสตารท์ แล้ว ยังมีเสียง ครึก ๆ
 
2. เปิดไฟหน้ายังออก แม้ไม่สว่างมาก
 
3. สายพานดูดี ไม่ขาด
 
4. น้ำกลั่น battery ยังไม่แห้ง
 
 
 
สิ้่งที่เคยได้ยินมาอาจผิดก็ได้นะครับ 
 
 
 
ที่ถูกต้อง คือ
 
 
 
 
 "บวกเข้าบวก ลบลงกราวด์(ดิน)"  
 
 
 
 
 
วิธีพ่วง Start สำหรับรถ batt หมด
 
ขั้นที่ - 1  เปิดฝากระโปรงก่อนว่า แบเตอรี่ อยู่ข้่างไหน ไม่ใช่ ว่าเอาหน้าทิ่มใส่กันลูกเดียว
 
ดูความยาวของสาย คะเนว่าถึง  
 
ขั้นที่ 0 เมื่อจอดรถแล้วทั้งคู่
 
 
รถที่จะเป็นคนไป Jump ไม่ต้อง "ดับเครื่อง" 
 
เกียร์ ประปุก : ใส่เกียร์ว่าง
 
เกียร์ Auto  : ใส่ P
 
ทั้งคู่ ใส่  "เบรกมือ"   ซะ ขอบอกว่าเคยรถพุ่งมาแล้วอย่าล้อเล่น
 
 
 
 
 
 
 
 1. คีบ ขั้วบวก  (+)  รถคัน ที่ตาย
 
 
 
 
 
 
 
 
นำ สายขั้วบวก (+)   หนีบคันที่ดี
 
 
 
 
 
3. จากนั้น หนีบ ขั้ว ลบ (- )  คันที่ดี
 
  
 
 
 
 
  4. หนีบ ขั้ว ลบ  (-) ลงตำแหน่งที่เป็น Gound (ดิน) ของเครื่องยนต์ เช่น "หูหิ้ว"
 
 
 
5. ผั่งที่ดีให้เร่ง เครื่อง ครับประมาณ ซัก สองพันรอบ หรือประมาณ ซัก 1/3 ของทั้งหมด
 
ส่วนคันที่ batt ไม่ดี ก็ Start เครื่องครับ 
 
 
 
 6. หลังเครื่องติด
 
รถ ไม่ดี ไม่ควรรีบเบาเครื่อง ให้เลี้ยงคันเร่งไว้เล็กน้อย 
 
ควรสังเกต ดูด้วยว่ามี ไฟ อะโชว์ เตือนหรือไม่
 
ถ้ามีควรแจ้งศูนย์ หรือช่าง 
 
การถอดสายให้กอด ย้อนกระบวนการทั้งหมด
 
 
 
อ้างอิงรูป จาก http://www.hondaloverclub.com/forums/showthread.php?t=25
 
 ซึ่งเอามาจากใครไม่ได้ให้เครดิตเพิ่มนะครับ ต้องขออภัยมานะที่นี้ด้วย
 
  สรุปว่า
 
 
"บวกเข้าบวก ลบลงกราวด์(ดิน)" 
 
 
 
 
 FAQ.....
 
1.  ทำไม ไม่ต่อแบบ บวกเข้า บวก ลบ เข้าลบ
 
ตอบ.  การต่อแบบนั้นทำให้รถสตารท์ติดได้จริงครับ
 
แต่ส่วนที่จะ "พัง" คือ ไดโอด หรือ cutout  ของ ไดชาร์ทครับ
 
หรือกรณีที่เลวร้ายกว่านั้น คือ คอมพิวเตอร์ ของรถ (ECU)  ไหม้ ได้ครับ
 
 
 
2.  เห็นบางคน บอกว่าต้องไม่ต้อง เร่งเครื่อง รถคันที่ดี ก็ได้ 
 
ตอบ.  ไม่เร่งก็ได้ครับถ้ารถใหม่ แต่ หลาย ๆ ครั้งรถที่เครื่องดี ถ้ารถก่อนหน่อย
 
บางทีอาจดับไปด้วยอีกคันใส่หน้า ครับ
 
 
3. สายพานดูดี ไม่ขาด เกี่ยวอะไร?
 
 ตอบ เกียวเนื่องจากว่า อาการเสีย อาจมาจาก เครืองยนต์ไม่สามารถ ผลิตไฟเองได้
 
ดังนั้นแม้ จะ  start ติดได้ ก็ อาจจะไม่สามารถ ขับต่อไปได้ไกล
 
 
 
4. น้ำกลั่น battery ยังไม่แห้ง 
 
ตอบ น้ำกลั่น แห้งไปแล้วอาจแปลว่า battery  ของท่านเสื่่อม สภาพไปแล้ว
 
ทำให้ไม่สามารถ เก็บไฟไหว ลองเติมน้ำกลั่นแล้ว
 
พ่วงแบต ตามขั้นตั้น  อาจติดได้อยู่ครับ แต่ พอติดแล้ว
 
แนะว่าให้ปิดแอร์ขับรถ ซักพัก ครับเพื่อให้แบตได้ชาร์จเต็มที่ครับ 
 
 

 series อย่าสักแต่ขับ >>>  Auto-Mobile   จิ้ม <<

อย่าสักแต่ขับ #03 : พ่วงแบต ให้ถูกต้อง [จั๊มแบต]

อย่าสักแต่ขับ #02 : ประหยัดน้ำมันโดยง่าย [ลมยาง]

อย่าสักแต่ขับ #01 : ท่านั่งขับรถ

 
 
 
 
Clip ข้างล่าง ไม่ใช่ วิธี Jump  แบต นะครับ Jump ทั้งคันเลย !
 
 
 
 
 

edit @ 9 May 2010 23:01:37 by T o' M @ ZZ u ครับ

 อย่าสักแต่ขับ #03 เกียร์ออโต้ ขับให้ถูกซะ

ถึงแม้ว่า เป็นระบบเกียร์ ที่แทบจะเรียกได้ว่า

 ดึงลง ไปที่ ตำแหน่ง D (drive) เหยียบ คันเร่ง จอดดึงไปที่ P (Park) ก็จบ 

ผมขอไม่เถียงครับ มันออกแบบมาอย่างงั้นจริงๆ

 

ดังนั้น ผมจึงลอง เอามาสรุปดูคร่าวๆ นะครับ จากที่เห็น

พฤติกรรมการขับอันเรียกได้ว่า "น่าสงสาร" ระบบส่งกำลัง

 

บทความนี้ อาจถือได้ว่ายังไม่สมบูรณ์ อย่างไรขอช่วยติๆ กันหน่อยนะครับ

สงสัยขอให้ช่วยซักถามเลยนะครับ

 

  • Start เครื่องเปลียน เกียร์แล้วไปเลย  ผิด

    บางคนบอกว่าไม่เห็นเป็นอะไรนี่ จะรออะไร? เปลีองน้ำมันเปล่าๆ ความจริงแล้ว
    เจ้าเกียร์อัตโนมัตินี่ ต้องการการหมุนเวียนภายในระบบสักเล็กน้อยก่อนนะครับ
    อย่างน้อยๆ Start เครื่องแล้ว รอซัก 30 วินาทีก็ยังดีนะครับ ให้ระบบ น้ำมัน เกียร์
    ได้ทำงานครบวงจรก่อน
  • เจอไฟแดงปุ๊บเปลี่ยนเป็น P(Park) เลย  ถูกครึ่งนึงครับ

    ที่บอกว่าถูกครึ่งนึง เนื่องมาจากว่า กรุงเทพ เมืองฟ้า อมรของเรานั้นขึ้นชื่อว่า
    รถติดยิ่่งกว่าตังเมเสียอีก ครับการหยุดรถนานๆ ลากเกียร์มาที่ P ถูกแล้วครับ

    แต่กรณีที่เป็นไฟแดง 10 วินาที ผมแนะนำว่า "ไม่ต้องเปลี่ยนเกียร์"  ครับ
    แช่ไปเถอะครับที่ เกียร์ D การดึงไป ที่ N หรือ P มันก็ืทำให้เกียร์รถสึกหรอกครับ
    ทำให้เป็นนิสัยเลยดีกว่าครับ

  • ทำล้อ Free  ผิด

    ถ้ารถคุณน้องไม่ได้เป็น อย่าง AMG SL65 คันละเฉียดหกสิบล้าน
    อย่างไปทะลึ่งโชว์สาวๆด้วยการ ออกตัวแรงๆ แบบทีบางคนชอบทำโดยการ
    เอาเกียร์ไว้ที่ N ->  เร่งเครื่องซัก4000 -5000 รตน.(RPM)  ->กระชากลงมา D
    ล้อจะเกิดเสียงบดกับถนน ดูอาจเทห์นะครับ แต่ มันทำให้เกิดความเครียดในระบบมากๆ
    ลองคิดดูกันนะครับ ปกติ เราไว้ที  Nแม้จะเหยีบ แป้นเบรกไว้ แล้วเข้าเกียร์ไปที่ D
    รถถึงขั้นกระตุกทั้งคัน แล้วการที่เรา กระชากลงมา ระบบส่งกำลัง ต้องรับแรงกระชากแค่ไหน
    ดังนั้นอย่าเลยครับ แค่การโชว์ เล็กๆ น้อยๆ นี่ อาจทำคุณต้องเสียเงิน สาม ถึง สี่หมื่่นได้ นะครับ
  • เหยียบเบรกด้วยเท้าซ้าย  ถูก

    เท้าซ้ายจะได้มี Foot Workซะหน่อยดีแล้ว แหละครับ แต่มีข้อควรระวังคืือ
    ระหว่างที่หัดควรเริ่มจากที่โล่ง และเมือไปขับบนถนน ควรระวังให้ดีเพราะเนื่องจาก
    อาจทำให้ท่านเหยียบ เบรก แรงเกินไป โดนคันหลังจิ้ม ก้นได้นะครับ

  • เวลาแซง ตบลงจาก D มาสอง หรือ สาม เลย   ผิดครึ่งนึง

    เนื่องด้วยกว่า ปกติตนที่เคยขับเกียร์ธรรมดามักเคยชินกับ การShift Down ลงมาซัก
    เกียร์เพื่ออัตราเร่งที่ดีกว่า มันไม่ผิดนะครับที่จะทำ แต่ต้ิองระวังให้มาก เพราะด้วย
    ความมันส์ +เมา แท้ที่จะดึงลง กลายเป็นพลักขึ้น...
    เกียร์รถบางยี่ห้อ ไม่มีตัว lockศะด้วย ผลคือลากไป R
    พังทั้งระบบ เกียร์ครับ....

    ข้อแนะนำคือ
    ให้ใช้ เหยียบคันเร่งให้สุด หรือว่า ทำการ Kickdown คือถอดคันเร่งมานิดนึง
    แล้วย่ำซ้ำ เกียร์ของท่านควรจะ ถีบลงไปเกียร์ที่ตำกว่าโดยทันที


คร่าวๆ ไว้แค่นี้ก่อนแล้วกันนะครับ งวดหน้ามาต่อครับ

 

series อย่าสักแต่ขับ >>>  Auto-Mobile   จิ้ม <<

อย่าสักแต่ขับ #03 : พ่วงแบต ให้ถูกต้อง [จั๊มแบต]

อย่าสักแต่ขับ #02 : ประหยัดน้ำมันโดยง่าย [ลมยาง]

อย่าสักแต่ขับ #01 : ท่านั่งขับรถ


 

edit @ 9 May 2010 23:01:33 by T o' M @ ZZ u ครับ