ด้วยความบัดซบครับ

หาแล้วกระจาย ขี้เกียจ save เฉย ๆ แบ่งกันมันส์

 บ้านผมหนะสะอาด เก็บเรียบร้อย

 แต่ความบัดซบคือข้างบ้านแม่ง เป็นร้านขายข้าว

แม่งไม่ได้ของกินจากบ้านผม  แต่มันถึงฉี่ทั้งอึเรียราดนี่สิ 

อย่างงี้ต้อง

 

 ไล่หนู กำจัดหนู ปราบหนู ...

 

 

  • แผ่เมตตา บังเอิญเป็นคริสต์ อะ..ผ่านละกันครับ
  • หากระปุกมา 1 ใบ นำมาเจาะรูโดยรอบ 
    แล้วใส่สำลีชุบน้ำมันหอมระเหยกลิ่นดอกไม้ไว้ข้างใน 
    ปิดฝา นำไปวางใบบริเวณที่เคยเจอหนู
  • ผสมน้ำมันระกำ 1 ส่วน กับ น้ำมันสะระแหน่ 9 ส่วน
    แล้วเอาไปทาตามทางเดินของหนู
  • เอากระปิไปห่อใบตองย่างไฟ
  • กาวดักหนู ต้องให้หนาพอ และกะเวลาให้พอเหมาะ ไม่งั้นกาวแห้ง
  • นมผง 2 ส่วน ผสมปูนซีเมนต์  1 ส่วน ตาย แต่ต้องหาซาก
  • ยาเบื่อ  แต่ต้องหาซาก
  • กล่อง คลื่นเสียง ต้องเป็นของนอกที่มีรับประกัน QC เท่านั้น
  • ไม้ไล่หนู เค้าว่ามันคือกิ่ง "ยี่โถ"
  • ได้ผลแน่นอน กรงกับดัก ล่อด้วยอาหาร แล้ว กดน้ำ หรือ เอาไปราดน้ำร้อน
     เพื่อกำจัดกลิ่นเสียแต่ต้องใจถึงและซาดิสหน่อย
  • ชีวอาวุธ เลี้ยงแมวไทยครับ
    ถ้าแมวไม่กัด ให้ลดอาหารและหาหมามเลี้ยงเพิ่มครับ
 
 
หวังว่ามีประโยชน์กันบ้างนะครับ 

 

 

ผลของการใช้ "กาวดักหนู " ไม่สยองอย่างที่คิดแต่รีบ ๆ ห่อดีกว่านะ

 

 via พันติ๊บบ ใช้ อาท (ที่ไม่ใช่ตัวแม่)

 

ใช้อาทเม็ดสีชมพู  โรยทิ้งใว้ 

.เก็บเศษอาหารที่หนูจะกินได้ออกให้หมด

 

สำรวจว่า  อาทที่ทิ้งใว้หนูมากินไปบ้างหรือไม่  

 

ถ้าหมด  โรยวางอีก ไม่เกิน 3 วันคะ

 

ส่วนมากถ้ามีหนู บริเวณนั้น มันจะขี้ทิ้งให้เห็นหรือมีกลิ่นฉี่ด้วย 

เพิ่มเติมจาก pantip

วิธีกำจัดแมลงสาบที่ได้ผลบางท่านอาจทราบแล้ว ง่าย ไม่มีอันตราย ราคาถูกมากเป็นของที่มีอยู่ในบ้านท่าน

อุปกรณ์ที่ใช้
-ชามอ่างก้นลึกอย่างน้อย6ซม.ไม่งั้นแมลงสาบปีนหนีได้สังกะสี สแตนเลส พลาสติก ใช้ได้หมด
-เหยื่อล่อ หวานๆ หอมๆ เช่นน้ำหวาน นมข้น
-อาหารสุนัขหรือแมว
-น้ำมัน เป็นน้ำมันพืชใหม่หรือที่เหลือจากทอดปลา
วิธีทำ
ใส่น้ำมันในชามอ่าง เอียงชามไล้น้ำมันให้ทั่วภายในชาม ให้น้ำมันนองก้นชามสักหน่อยพอว่าเลอะขาแมลงสาบได้ หยดน้ำหวานลงก้นชาม ใส่อาหารสุนักสัก4-5ชิ้น นำไปวางที่มุมผนังให้ขอบชามชิดผนัง
อาหารหวานและมีกลิ่นเป็นตัวดึงดูดแมลงสาบ น้ำมันทำให้ลื่นลงไปแล้วขึ้นมาไม่ได้ เมื่อแมลงสาบลงไปกลิ่นพวกเดียวกันจะพาพรรคพวกมาติดกับ วางไว้สักคืนทำเช่นนี้ซ้ำสักสามคืน.......วิธีกำจัดใส่น้ำร้อนลงไปพอน้ำเย็นแล้วค่อยไปทิ้งครับ...อย่าสงสารผิดประเภทนำไปปล่อยนอกบ้านให้เป็นภาระสังคมนะครับพรุ่งนี้มันก็วิ่งเข้าบ้านท่านอีกแมลงสาบหนึ่งตัวออกลูกได้เป็นร้อยในแต่ละปีครับ.......สุขสันต์วันปลอดแมลงสาบครับ

 


จากคุณ : nightbirdv 
 

edit @ 3 Sep 2010 14:59:57 by T o' M @ ZZ u ครับ

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

เมื่อก่อนบ้านเราก็มีหนูชุม
เลยซื้อกาวมาดักหนู
พอเห็นหนูติดกับดักปุ๊บ
ก็สลดใจนะ สงสารมัน

ตอนนี้เลยให้ตุ๊กแกมาเช่าผนังบ้านอยู่
ตุ๊กแกตัวเท่าแขน น่าขนลุกมาก
แต่ก็ไม่มีหนูมาวุ่นวายในครัวอีกเลย

#1 By kororo on 2010-06-15 10:16

ขอให้ได้ผลbig smile

#2 By wesong on 2010-06-15 10:19

กดน้ำ
ราดน้ำร้อน

บ้านผมมันมาเป็นพักๆ ตอนนี้มีร้านอาหารมาเปิดข้างๆ
หนูมาทันที

#3 By มนุษย์กล่อง on 2010-06-15 10:19

ลองแล้วได้ผลดีมั้ยเอ่ย
หนูหายไปบ้างยังครับbig smile
เคยเห็นจับกดน้ำหละ = ="

#5 By Tongy on 2010-06-15 13:27

ที่บ้านแม่ก็เคยใช้นะกาวดักหนูอ่ะ
แต่โหดร้ายนะวิธีนี้ เคยดักได้แม่หนูท้องแก่ มันดิ้นทั้งคืนจนลูกมันออกมาเลยอ่ะ สยอง Hot!

#6 By leeree on 2010-06-15 17:40

เลี้ยงงูเหลือมครับ รับรองชัวร์

#7 By on 2010-06-15 20:42

เมื่อก่อนใช้วิธีกาว กับกรงดัก

#8 By Googigg on 2010-06-16 00:09

เคยใช้กาวดักหนูครับ ได้ผลดี แต่ก็ไม่ได้ไปทำอะไรมันนะ เห้นมันดิ้นๆ เลยเอาใส่ถุงทิ้งถังขยะไปเลย ป่านนี้ไปดีแล้มั้ง

#9 By Ratcicle on 2010-06-17 08:34

ถล่มด้วย เอ็ม 79 ซ้ำด้วยระเบิดมือ

ถ้ายังเหลือซากอยู่ ราดด้วยน้ำมัน

จุดไฟเผาซ้ำ รับรองเกลี้ยง

#10 By ดิว (183.89.159.44) on 2011-01-27 08:08

บ้านเราหนูเยอะ เยอะไม่เท่าไหร่ มันวิ่งบนฝ้าเพดานเสียงโคตรดังเลย เคยใช้กาวแต่ไม่ไหวไม่มีใครอยากเอาซากลงมาจนมันเน่าอ่ะ ยังหลอนกลิ่นมันอยู่เลย ถ้าจะใช้ยา เหนื่อยตอนหาซากนี่แหละ สยองทั้งหนอนสยองทั้งกลิ่น

#11 By เด็กเหนือ (223.206.214.215) on 2011-02-16 15:53

ขอบคุณนะคะ
อาทชมพูนะ ที่เราใช้ แต่ตอนนี้นั่งเหม็นอยู่ หาซากไม่เจอ เฮ้อ!!big smile

#12 By nakkio on 2012-03-13 23:52