เบิ่งเมืองลาว ภาค สู่หลวงพระบาง
posted on 03 Apr 2008 22:06 by tomazzu in Tripเบิ่งเมืองลาว ภาค
สู่หลวงพระบาง
โหลดโหดหลายเด้ออออ!!!!
(ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมไปเมืองลาวต้องถ่ายป้ายนี้กันหมด)
เกริ่น
การเดินทางครั้งนี้ของนายโทมัสจัดว่า
ยาวและเวิ่นเว้อ
(ยืดยื้อจนน่ารำคาญ)
ดังนั้นอาจมีสาระมากกว่าปกติ
และใช้เวลาในการเรียบเรียงค่อนข้างมาก
ผมตัดภาพที่อาจได้จากกล้องคนอื่นทิ้งนะครับ
แต่อาจมีเสริมในภาคพิเศษเพราะว่า
เมื่อผมไม่ได้ถ่ายแปลว่า " มันวุ่น จริงๆ"
การเดินทางครั้งนี้ต้องขอขอบคุณคณะ วิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ที่ให้ความอนุเคราะห์การไป สัมนา (วิ่งเล่นเล็กน้อย) ของข้าพเจ้า
งานนี้ชื่อเต็มว่า
"The 2nd Symposium on Engineering and architecture for
the Subtainable Development in the Greater Mekong Sub-Region"
ชื่อยาวหลาย
งานนี้จัดที่มหาวิยาลัย ศุภานุวงค์ เมืองหลวงพระบาง สปป ลาว ครับ
เมื่อยรึยังครับ
เรื่องมันเริ่มหลังจากผมกลับมาจากระยองและตัดใจว่าจะไม่ได้ไปงานนี้แล้ว
แต่บังเอิญว่า เพื่อนผม ที่จบไปแล้ว และมีแผนการว่าจะไป
ได้ขอให้ผมไปแทนเนื่องมาจาก
"มันได้งานแล้ว"
เราเลยได้ไป
จากนั้นวันที่ 26 มีนาคม ราว สี่ทุมครึ่ง เราก็ได้ออกเดินทางจากเชียงใหม่
ไปลำปาง
ผ่านเมือง แพร่
ไปเมืองน่าน
ไปถึงอ.ทุงช้าง
ณ จุดนี้เราได้แวะ พักรอจนสว่าง
เพื่อจะเดินทางไปสู่ด่าน ห้วยโกร๋น
แล้วหยุดทำไม???
คนขับไม่เคยไปเหมือนกันครับ [ - -' ]
เลยหยุดรอสักหน่อยราว หกโมงเช้า มีชาวบ้านมาขายของครับ
จุดนี้เป็นจุดสุดท้ายสำหรับรถประจำทางนะครับ
ร้านค้าที่อยู่ตรงข้ามท่ารถเป็นผู้ให้ความอนุเคราะห์สำหรับที่ล้างหน้าแปรงฟัน
เพราะลูกสาวเรียนอยู่วิศวะมอชอ พอดีเลย ^^
นี่ไงเจ้าของบ้านผู้อารี
แถมกาแฟฟรีด้วย
เดินย่อยหน่อยครับ
ตรงนี้มีตลาดสด"ปอน" เอ๊ะ หรือว่า เกี่ยวกับ พี่ปอน คนนี้ด้วยหนิ
ข้าวหลามยาวสองคืบครึ่ง (เมตรกว่า) ยาวได้ใจไหม ใส่มันด้วยนะ
จากนั้นนั่งรถกันต่อไปยังด่าน ห้วยโกร๋น
ยามเช้าก่อนจากเมืองไทยครับ
ที่เห็นคือด่านแล้วครับ
Stamp passport กันเรียบร้อย
ชักภาำพกันยกใหญ่
นั่งรถ ไปหนึ่ง กม. ถึงชายแดนลาว ชื่อว่าด่านเมืองเงินครับ

Stamp ฝั่งลาวอีกที
งวดนี้แดนลาวแล้ว
rate ก็ 250 กีบ เท่ากับ 1 บาทไทยนะครับ
คนนั่งรอ Stamp passort
นี่เป็นจุดสุดท้ายที่คลื่นมือถือไทยส่งมาถึงเพราะภูมิประเทศหลังจากนี้คือเขา ล้วนๆ
เราก็ไปสู่ เมืองหงสา
ระยะทางเพียง 35 กิโลเมตร จากเมืองเงินเอง
มีแต่คำเดียว
ลูกรังล้วนๆครับ
ใช้เวลาราว ช่วงโมงครึ่งที่เต็มไปด้วยฝุ่น ลืมเอาที่ปิดจมูกไป จ๊ากกกก
พักเบรกกินข้าวครับ
กินที่เมืองหงสา
เขาว่าเป็นข้าวเช้าครับ
ข้าวจี่ - ไข่ดาว
(รูปรอตอน ท้ายนะ)
ไม่ต้องแอบคิดกินข้าวเหนียว
ข้าวจี่ที่นี่ไม่เหมือนเชียงใหม่ที่เป็น
ข้าวเหนียวชุบไข่ทาน้ำมันหมู แล้วย่างไฟ
ที่เมืองลาว ข้าวจี่แปลว่า"ขนมปัง" ต่างหาก...
เป็นขนมปังแบบ บาเก็ต แต่ขนาดนั้นไซร้ยาว ราวผ่ามือเอง
สองก้อนก็ กั๊ด(อิ่มแล้ว) ตบท้าย ด้วยกาแฟสดลาวซะด้วยยยย
จากนั้นเติมพลังแล้ว
ลุยต่อ guide บอกสิบกิโลครับ
แต่
ระยะเวลาเท่ากัน
ทาง เป็น หินกรวดครับ โหดสุดๆ ไม่ได้ถ่ายรูปมาครับ
ฝุ่นเยอะสุดๆ เดี่ยวจะเข้า Lens ครับเปิดไม่ได้จริงๆ
ไปสู่ ท่าเรือ ท่าซ่วง ครับ เพราะว่าลาวไม่มี ช.ช้างนะครับ
เขาเป็น ซ.โซ่ ซะหมดเลย
ท่าซ่วงแล้ววว
ด้วยนิสัย วิศวกรเหมืองแร่ ผมและอาจารย์ ภาคขอเดินสำรวจหน่อย

หินริมน้ำโขง เป็นชนิด Sand Stone ครับ แต่มีลายอันเนื่องมาจาก
ความกดดันของธรรมชาติ คาดว่า เมือราว หลายแสนปีเกิดการยกตัวขึ้นมา
ส่วนการที่เป็นก้อนมน นี่น่าจะเกิดจากการ เซาะมาของกระแสน้ำโขงที่แสนจะรุนแรงครับ

เจอ ไฟฟ้าพลังน้ำครับ
จากนั้นเราก็ขึ้นเรือครับ คาดว่าเป็นทะเบียนนะครับ
เรื่อนี่นั่งได้ 80 ที่นั่งครับ
ช่วงบ่ายโมง
ล่องไปตามน้ำโขงครับเป้าหมายคือ หลวงพระบาง
แต่รุ่นพี่บอกว่า
เมาเรืออ่ะ
ต้องหาอะไรแก้เมาไปเจอ เบียร์ลาว ครับ
คนไทยชอบอ่านเป็น เบยลาว เขยลาว บ้าง
ในเรือแพงหน่อยครับ
เนื่องจากแบก มาลำบาก
ขวดละหมื่นห้าพัน (กีบ) ราวห้าสิบห้า บาทครับ
ช่วง ห้าโมงครับ
ยามอัสดง ของเมืองลาวครับ
แย่งกันดู
ถีงฝั่ง หลวงพระบาง(ซักที)
กินข้าวที่นี่ครับ
indochina Spirit
วันนี้รอดตัว ยัังไม่เจอปลาร้่าครับ
เจอไก่ทอด ต้มยำปลาด ยำปลี(มั้ง)ครับ
บุหรี่มีเหมือนกันครับ
ของลาวยี่ห้อนี่ว่าเด็ดนัก
ดอกไม้แดง
น้ำอ้อยคั้นสดๆ ริมถนน

ไปเจ๊อะ ไปรษณีย์เมืองลาวครับ
ไปเดินชมตลาดค่ำเมืองลาวครับ
อารมณ์มันคือ Night Barzar เมืองเชียงใหม่ชัดๆ เลย
มีทุกคืนครับ
หมดไป หนึ่ง วันครับ
ขอจบภาคแรกก่อนนะครับ
อีกสักวันสองวันมาต่อ
ในหลวงพระบางนะครับ
คาดว่ายาวสามภาคครับ
เป็นอย่างไรบ้างครับเหนื่อยไหม
edit @ 21 Jun 2008 09:08:49 by T o' M @ ZZ u ครับ
เจ๋งจัง



แหม...ในที่สุดก็มีคนไปเจอกิจการของพี่จนได้.. นอกจากตลาดแล้วพี่ยังมีวัดแล้วก็คุ้มอยู่ที่แม่ฮ่องสอนด้วยนะ... ถ้าไปก็อย่าลืมไปเยี่ยมเยียนอุดหนุนกิจการของพี่ด้วยนะจ๊ะ...อิอิ
#1 By ปอนปอน on 2008-04-03 23:12